ใน การเลือกซื้อพรินเตอร์ควรคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด ให้เกิดความคุ้มค่ากับเงิน สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือการใช้งานเป็นหลักว่าผู้ใช้ต้องการพรินเตอร์ไปใช้ งานประเภทใดเป็นส่วนใหญ่เครื่องปริ้นเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ต้องทำงานรวมกับคอมพิวเตอร์  โดยการรับคำสั่งมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในการพิมพ์ข้อมูลที่อยู่ใน คอมพิวเตอร์ออกมาในรูปเอกสารเครื่องพิมพ์ที่นิยมใช้งานโดยทั่วไป  คือ 



ใน การเลือกซื้อพรินเตอร์ควรคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด ให้เกิดความคุ้มค่ากับเงิน สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือการใช้งานเป็นหลักว่าผู้ใช้ต้องการพรินเตอร์ไปใช้ งานประเภทใดเป็นส่วนใหญ่

เครื่องปริ้นเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ต้องทำงานรวมกับคอมพิวเตอร์  โดยการรับคำสั่งมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในการพิมพ์ข้อมูลที่อยู่ใน คอมพิวเตอร์ออกมาในรูปเอกสารเครื่องพิมพ์ที่นิยมใช้งานโดยทั่วไป  คือ  เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์  เนื่องจากสามารถพิมพ์เอกสารได้ในปริมาณมาก ๆ ด้วยความเร็วสูง  และมีต้นทุนการพิมพ์แต่ละแผ่นถูกกว่าเครื่องพิมพ์ชนิดอื่น  การพิมพ์จะต้องพิมพ์ลงกระดาษเพื่อเป็นลายลักษณ์อักษร

ประโยชน์ของเครื่องปริ้นเตอร์

                1. เพื่อสะดวกในการจัดทำเอกสาร

                 2. เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

                1.  เปิดฝาเครื่องด้านหน้า  โยการดังฝาเครื่องเข้าตัว

                2.  นำตลับผงหมึกออกจากถุง  และกระดาษห่อตลับหมึก

                3.  ใช้มือจับตลับผงหมึก  2  ด้าน  แล้วเขย่าไปด้านซ้าย-ขวาเบา ๆ เพื่อให้หมึกกระจายทั่ว        ตลับให้เท่า ๆ กัน

                4.  ใส่ตลับผงหมึกลงในเครื่อง  โดยเลื่อนตลับเข้าไปในเครื่องจนได้ยินเสียงล็อคของตลับผง                 หมึกเข้ากับตัวเครื่อง

                5.  ปิดฝาเครื่องด้านหน้า  ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปิดฝาเครื่องสนิทดีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด        ความขัดข้องเวลาพิมพ์งาน

ขั้นตอนการสั่งพิมพ์เอกสาร

มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. จากเมนูคำสั่ง File > Print….หรือใช้คำสั่ง  Ctrl  +  P
  2.  จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์  Print  ขึ้นมาบนหน้จอ  ให้ลือกชื่องของเครื่องพิมพ์ในช่อง  Name  ให้ตรงกับเครื่องพิมพ์ที่ใช้อยู่
  3. คลิกที่ปุ่มเพื่อขอดูคุณสมบัติต่าง ๆ ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกเลือกไว้โดยจะปรากฏหน้าต่างออกมา

การดูแลรักษาเครื่องปริ้นเตอร์

                การบำรุงรักษาเครื่องปริ้นเตอร์ให้มีคุณภาพ  และประสิทธิภาพอยู่เสมอ  สามารถปฏิบัติงานตามวิธีการในการบำรุงรักษาเครื่อง  ดังนี้

                1.  ไม่ควรตั้งเครื่องพิมพ์ในบริเวณที่มีฝุ่น  มีความชื้น  เพราะฝุ่นละอองจะทำให้เครื่องขัดข้อง               ส่วนความชื้นอาจทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องเป็นสนิมได้

                2.  ทำความสะอาดภายนอกเครื่อง  โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณ                           ภายนอกเครื่อง

                3.  ทำความสะอาดภายในเครื่อง  โดยนำตลับผงหมึกออกมาจากเครื่องก่อน  แล้วจึงใช้ผ้าแห้ง               เช็ดทำความสะอาด

                4.  ควรป้องกันกระดาษติด  โดยการคลี่กระดาษก่อนเข้าเครื่องและควรใส่กระดาษลงในถาด                ป้อนกระดาษไม่ให้เกินขีดจำกัดที่กำหนดไว้ในถาดป้อนกระดาษ

                5.  ควรปิดเครื่องหลังเลิกใช้งาน  ป้องกันเพื่อไม่ให้เครื่องร้อน

   ข้อด ของ Dot Matrix คือ หมึกแบบผ้านั้นราคาถูกมากที่สุดเมื่อคิดราคาต่ออัน สามารถพิมพ์สำเนาได้ในตัวเลย สามารถทำงานกับโปรแกรมเก่าๆได้

     ข้อเสีย ที่เห็นได้ชัดคือ ทำงานได้ช้าเมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ และราคาไม่ได้ถูกเลยในตอนนี้ อาจเพราะว่าไม่ค่อยมีการผลิตแล้ว เพราะว่าคนส่วนใหญ่มักไม่เลือกรุ่นนี้ แม้ว่ารุ่นนี้จะมีแบบสีเช่นกัน แต่ว่าสีไม่สดและสีไม่สวยเหมือนรุ่นอื่นๆ การต่อรวมกับ Network รุ่นพวกนี้มักจะทำไม่ได้ แต่สามารถต่ออุปกรณ์เสริมเพื่อให้ทำงานผ่าน Network ได้ และข้อสำคัญคือ หยาบมากเมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ เพราะว่าเข็มที่พิมพ์นั้นมีขนาดใหญ่ ทำให้อักษรไม่สวย และเมื่อพิมพ์ภาพก็ไม่สวยเช่นกัน 

ความรู้เรื่อง Printer

2. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Ink-Jet Printer)
        เครื่องพิมพ์ พ่นหมึก เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีคุณภาพการพิมพ์ที่ดีกว่าเครื่องพิมพ์แบบดอตแมทริกซ์ โดยสามารถพิมพ์ตัวอักษรที่มีรูปแบบ และขนาดที่แตกต่งกันมาก ๆ รวมไปถึง พิมพ์งานกราฟิกที่ให้ผลลัพธ์ คมชัดว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ เทคโนโลยีที่เครื่องพิมพ์พ่นหมึก ใช้ในการพิมพ์ก็คือ การพ่นหมึกหยดเล็ก ๆ ไปที่กระดาษ หยดหมึกจะมีขนาดเล็กมาก แต่ละจุดจะอยู่ในตำแหน่งที่เมื่อประกอบกันแล้ว เป็นตัวอักษร หรือรูปภาพ ตามความต้องการ
        เครื่องพิมพ์พ่นหมึกมีความเร็วในการพิมพ์ มากว่าแบบดอตแมทริกซ์ มีหน่วยวัดความเร็วเป็นในการ พิมพ์เป็น PPM (Page Per Minute) ซึ่งเร็วกว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์มาก อย่างไรก็ตามถ้าเป็นการพิมพ์ กราฟิกหรือตัวอักษรที่มีรูปแบบในเวลาเดียวกัน เครื่องพิมพ์พ่นหมึกจะทำงานได้ช้าลง กระดาษที่ใช้กับเครื่อง พิมพ์พ่นหมึกจะเป็นขนาด 8.5 X 11 นิ้ว หรือ A4 ซึ่งสามารถพิมพ์ได้ ทั้งแนวตั้งที่เรียกว่า “พอร์ทเทรต” (Portrait) และแนวนอนที่เรียกว่า “แลนด์สเคป” (Landscape) โดยกระดาษจะถูกวางเรียงซ้อนกัน อยู่ในถาด และถูกป้อน เข้าไปในเครื่องพิมพ์ที่ละแผ่นเหมือนเครื่องถ่ายเอกสาร

3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer)
        เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เป็นเครื่องที่มีคุณสมบัติเหมือนกับเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก แต่สามารถทำงาน ได้เร็วกว่า โดยเครื่องพิพม์เลเซอร์ สามารถพิมพ์ตัวอักษรได้ทุกรูปแบบและทุกขนาดรวมทั้งสามารถพิมพ์งาน กราฟิกที่คมชัดได้ด้วย เครื่องเลเซอร์ใช้เทคโนโลยี เดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพบน กระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษรบนกระดาษ
        หน่วยวัดความเร็ว ของเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะเป็น PPM เช่นเดียวกับ เครื่องพิมพ์พ่นหมึกในปัจจุบัน ความสามารถ ในการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์เลเซอร์คุณภาพสูง สามารถพิมพ์ได้หลายร้อยหน้าต่อนาที ซึ่งเหมาะ กับงานในองค์กรขนาดใหญ่ จะนำไปใช้งานในการพิมพ์เอกสารต่าง ๆ ส่วนคุณภาพงานพิมพ์ของเครื่องจะวัด ด้วยความละเอียดในการสร้างจุดลงในกระดาษ ขนาด 1 ตารางนิ้ว เช่นความละเอียดที่ 300 dpi หรือ 600 dpi หรือ 1200 dpi เครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ก็จะมีทั้งเครื่องพิมพ์เลเซอร์แบบ ขวา-ดำ และเครื่องพิมพ์ เลเซอร์แบบสี ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์แบบสีจะมีราคาแพงมาก แต่งานพิมพ์ที่ได้ออกมาก็มีคุณภาพสูง

4. พล็อตเตอร์ (plotter)
      พล็อตเตอร์ เป็นเครื่องพิมพ์ชนิดที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่างๆ ลงบนกระดาษเหมาะสำหรับงาน เกี่ยวกับการเขียนแบบทางวิศวกรรม (เขียนลงบนกระดาษไข) และงานตกแต่งภายใน สำหรับวิศวกรรมและสถาปนิก
      พล็อต เตอร์ทำงานโดยใช้วิธีเลื่อนกระดาษ โดยสามารถใช้ปากกาได้ 6-8 สี ความเร็วในการทำงานของ พล็อตเตอร์มีหน่วยวัดเป็นนิ้วต่อวินาที (Inches Per Secon : IPS) ซึ่งหมายถึงจำนวนนิ้วที่พล็อตเตอร์สามารถ เลื่อนปากกาไปบนกระดาษ

เครื่องเลเซอร์พริ้นเตอร์ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ เครื่องเลเซอร์พริ้นเตอร์ขาว-ดำ (Monochome Laser Printer) และเครื่องเลเซอร์พริ้นเตอร์สี (Color Laser Printer)

ในด้านความละเอียดของตัวเครื่องก็ดูที่ความเหมาะสมกับงาน แนะนำว่าพริ้นเตอร์เลเซอร์เหมาะมากครับสำหรับการใช้งานในสำนักงาน ดูจะไม่ เหมาะเท่าไรนักถ้าจะซื้อมาใช้งานส่วนตัวเพราะโดยส่วนใหญ่แล้วเครื่องประเภท นี้เน้นสนับสนุนระบบเน็ทเวิร์กเป็นหลักครับ Laser พริ้นเตอร์ก็ยังไม่ทั้งขาว-ดำ และสี ในด้านความละเอียดของเครื่อง Laser มีความละเอียดทั้งแต่ 600 x 600 จุดต่อตารางนิ้ว ไปจนถึง 1,200 x 1,200 จุดต่อตารางนิ้ว ความเร็วในการ พิมพ์ก็มีส่วนสำคัญครับ ความเร็วในการพิมพ์ของเครื่อง Laser ก็สามารถพิมพ์ในโหมดขาว – ดำได้ตั้งแต่ 10 แผ่นต่อนาทีขึ้นไป ส่วนโหมดสีตั้งแต่ 6 แผ่นต่อ นาทีขึ้นไป ต่อมาก็มาดูที่หน่วยความจำของเครื่อง Printer พริ้นเตอร์ หรือ ปริ้นเตอร์ ส่วนใหญ่ใน Laser พริ้นเตอร์จะติดตั้งหน่วยความจำตั้งแต่ 8 MB, 16 MB, 32 MB ไปจนถึง 96 MB แต่ก็สามารถเพิ่มเติมได้อีก ยิ่งมีหน่วยความจำมากเท่าไหร่ก็จะทำให้เครื่องพิมพ์สามารถประมวลผล และรับงานในปริมาณที่มาก ล้วพิมพ์งานออกมาได้ รวดเร็วขึ้น ลำดับต่อมาเป็นการเชื่อมต่อมีตั้งแต่ Parallel, USB 1.1/2.0, Ethernet ในส่วนนี้แล้วแต่ผู้ใช้ครับ แต่ขอแนะนำให้เลือกใช้ที่เป็นการเชื่อมต่อแบบ USB 1.1/2.0 ดีกว่าครับ เพราะจะทำให้การส่งข้อมูลมีความรวดเร็วกว่าแบบอื่น และถ้าต้องการใช้งานในระบบเครือข่าย (LAN) ขั้นก็ควรจะมีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ Ethernet 10/100 Base-T/TX ด้วยครับ แต่เราจะใช้การเชื่อมต่อแบบ USB 1.1/2.0 เพื่อให้เครื่องเลเซอร์พริ้นเตอร์ของเราเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องหึง แล้วทำงานแชร์ทรัพยากรเครื่อง ให้เครื่องลูกข่าย (Client) ให้สามารถใช้งานเครื่อง Printer พริ้นเตอร์ หรือ ปริ้นเตอร์ ตัวนั้นก็ได้ครับ ซึ่งมีข้อเสียคือในการทำงานจำเป็นทีจะต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครื่อง Printer พริ้นเตอร์ หรือ ปริ้นเตอร์ ไว้ตลอดเวลา จึงจะสามารถสั่งพิมพ์งานได้ แต่ถ้าเป็นการเชื่อมต่อแบบEthernet ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องนำเครื่อง Printer พริ้นเตอร์ หรือ ปริ้นเตอร์ มาเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่สามารถนำเครื่อง Printer พริ้นเตอร์ หรือ ปริ้นเตอร์ เครื่องที่มีมาตรฐานการเชื่อมต่อแบบ Ethernet นั้นไปเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายด้วยสาย LAN ได้ทันที เสมือนการทำงานว่าเครื่อง Printer พริ้นเตอร์ หรือ ปริ้นเตอร์ เครื่องนั้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งนั่นเองครับ ในการทำงานก็สามารถสั่งพิมพ์งานได้ทันที สะดวกและรวดเร็วประหยัดพลังงานมากกว่าแบบแรกครับ

โทนเนอร์ก็มีส่วนสำคัญครับ ถ้าราคาโทนเนอร์แพงก็ไม่คุ้มค่าที่จะใช้งานต้องระมัดระวังในส่วนนี้ด้วย กระดาษที่ใช้กับเครื่อง Laser สามารถใช้ กระดาษขนาด A4 บางรุ่นก็สามารถพิมพ์กระดาษขนาด A3 ได้ ส่วนถาดใส่กระดาษใน Laser บางรุ่นสามารถเพิ่มถาดกระดาษได้ เหมาะสำหรับงานที่มี ปริมาณเอกสารมาก ไม่ต้องกังวลว่าปริมาณกระดาษจะพอไหม ในส่วนการใช้งาน Laser พริ้นเตอร์แบบขาว- ดำเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่เน้นงานเอกสารเป็นหลัก ไม่ต้องการพิมพ์รูปภาพ หรือข้อความที่เป็นสี ทำให้ได้ตัวอักษรที่คมชัดกว่าเครื่อง Printer พริ้นเตอร์ หรือ ปริ้นเตอร์ Inkjet หลายเท่า ส่วน Laser พริ้นเตอร์แบบสีเหมาะสำหรับผู้ใช้ ที่เน้นงานด้านรูปภาพ แต่ก็มีงานด้านเอกสารด้วย

เครื่องมัลติฟังก์ชัน (Multifunction) หรือ All-In-One (AIO) น้องใหม่ที่ออกมาพร้อมอุปกรณ์ทำงานที่ครบเครื่องทั้ง พิมพ์ สแกน ก๊อปปี้ และส่งแฟกซ์ คุ้มค่ากับราคาที่น่าลอง

ก่อนอื่นเรามาเริ่มทำความรู้จักกับอุปกรณ์นี้กันก่อน สำหรับเครื่องมัลติฟังก์ชันหรือออลอินวันจะเป็นการนำเอาความสามารถและ ฟังก์ชันการทำงานของ อุปกรณ์ต่อพ่วงหลัก ๆ มารวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบชุด ซึ่งประกอบไปด้วย เครื่อง Printer พริ้นเตอร์ หรือ ปริ้นเตอร์ เครื่องสแกนเนอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องแฟกซ์ แต่สำหรับ เครื่องมัลติฟังก์ชั่นในบางรุ่นอาจจะไม่ได้รวมเอาเครื่องแฟกซ์มาด้วยก็ได้ แต่หลัก ๆ อย่างไรก็สามารถพิมพ์งาน สแกน และถ่ายเอกสารได้ครับ

ส่วนการทำงานของเครื่องมัลติฟังก์ชันมีการพัฒนาในเรื่องของการทำงานให้มี การทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มที่มากขึ้น อย่างที่เราจะเห็นได้จาก ฟังก์ชันในการถ่ายเอกสารนั่นเองซึ่งจะเป็นการประสานงานในการทำงานร่วมกัน ระหว่างเครื่องสแกนเนอร์กับพริ้นเตอร์ นอกจากนี้ยังได้มีการเพิ่มฟังก์ชัน ในการสั่งงานบางอย่างที่จะช่วยให้การถ่ายเอกสารทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบมาก ขึ้นด้วย อย่างเช่น การย่อหรือขยายเอกสาร การทำสำเนา หรือจะเป็นการปรับ เลือกโหมดการถ่ายเอกสารสีหรือการถ่ายเอกสารขาว-ดำได้ เป็นต้น

ส่วนเครื่องมัลติฟังก์ชันที่มีแฟกซ์ในตัวเราจะสังเกตได้จากแผงควบคุมที่ จะมีปุ่มสำหรับกดเลขหมายโทรศัพท์ได้ครับ สำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่เหมาะสำหรับ เครื่องมัลติฟังก์ชันนี้จะมีทั้ง กลุ่มธุรกิจองค์กรทั้งขนาดเล็กและขนาดกลาง โฮมออฟฟิศ และกลุ่มผู้ใช้งานตามบ้าน ซึ่งสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานตามบ้านนั้นในตอนนี้ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทางผู้ผลิตทั้งหลายต่างก็ได้ส่งเครื่องมัลติฟังก์ชันราคาประหยัดลงมาทำ ตลาดกัน ซึ่งจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ สี่พันกว่าบาทเท่านั้น และเมื่อลองเทียบกันกับการซื้อพริ้นเตอร์และสแกนเนอร์แบบแยกชิ้นแล้ว จะเห็นได้ว่ามีราคาต่างกันไม่มาก แต่เมื่อดูถึงจุดเด่นของ มัลติ ฟังก์ชันที่ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งกว่า และสามารถถ่ายเอกสารทั้งสีทั้งขาว-ดำได้แล้วถือว่าเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่า สนใจทีเดียว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s